วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

อยากล้มเหลว...ไม่ยาก - งานหนักไม่เอา...งานเบาไม่สู้



               งานหนักหรือ...ไม่เอาดีกว่า เหนื่อยครับเหนื่อย ไม่ว่ายังไงคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่ๆ...ไม่ว่ายังไงหากอยากเป็นคนที่ล้มเหลวเรื่องงานล่ะก็..."งานหนัก" ไม่ต้องทำครับ...ยื่นคำขาดไปเลย
                เพราะการทำงานหนักหมายถึงต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจมากมายมหาศาล ที่เรามีอยู่เพียงน้อยนิด...หรือถึงแม้จะมีเยอะ ก็ใช้นิดหน่อยก็พอ ไม่อยากเปลืองแรง...ออกแรงให้น้อย...งานได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น...ทำได้แค่นี้แหละ
                ถึงแม้ว่าการทำงานหนักนั้น จะทำให้เราได้ฝึกฝนตัวเองให้มีความอดทน มีความรู้ความชำนาญมากขึ้น และ เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำงาน...แต่ไม่ต้องทำครับ...เอาแค่พอดีๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก....เดี๋ยวจะไม่ล้มเหลวเรื่องานอย่างที่ต้องการ
                งานเบาหรือ..ไม่เอาดีกว่า งานเบาเป็นงานที่ทำง่าย ก็เอาไว้ก่อนครับ...เอาไว้ทำทีหลัง หลังจากทำอะไรที่สำคัญก่อน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไรเหมือนกัน...กันงานออกไปก่อนค่อยคิดหาเหตุผลทีหลัง
                การโยนงานให้คนอื่นทำ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ไม่ต้องทำงานมากขึ้น แถมยังไม่ต้องรับผิดชอบอีกต่างหาก ใครทำก็รับกันไป...หรือไม่ก็ตรงๆ ไปเลย กับแนวคิด "ไม่รับผิด(แต่รับ)ชอบ"...
                เรามีเหตุผลเสมอ ในการที่จะไม่ทำอะไรซักอย่าง...

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อยากล้มเหลวทางการเงิน...ไม่ยาก...

หากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ "อยากล้มเหลวทางการเงิน" ...เชิญทำสิ่งต่อไปนี้ให้เต็มที่เลยครับ

  1. จ่ายก่อนเก็บ - เก็บเงินทำไม จ่ายก่อนสิ หนี้สินสำคัญกว่า เดี๋ยวเครดิตเสีย...
  2. จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น - บุหรี่ กินเหล้า เที่ยวกลางคืน...นิดหน่อยน่า...
  3. จ่ายเพราะอยากได้ - ไม่ต้องคิดมาก ตอบสนองความอยากไปเลย อยากมากก็จ่ายมาก...
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่...
...วางแผนทางการเงินดี...
...หาเงินได้มากโข...
...ไม่ต้องห่วงครับ ตราบเท่าที่คุณยังทำ 3 ข้อนี้...
....คุณจะเป็นคนที่ "ล้มเหลวทางการเงิน" อย่างที่หวังแน่นอน...

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"เลือก" หรือ "ละ"...โอกาสที่เข้ามาในชีวิต

ต่อจากบทความที่แล้วเรื่อง "ไม่ใช่แค่ "ซ้อม" แต่ต้องได้รับ "โอกาส" ด้วย... " ความคิดของผมก็ยังคงวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องนี้...ผมเองก็ยังไม่ได้เชื่อข้อมูลที่นำเสนอมาจากหนังสือ Outliers ทั้งหมดซะทีเดียว...

เพราะกำลังคิดอยู่ว่า..."โอกาสที่ต้องได้รับ" เพื่อเป็นแนวทางให้ประสบความสำเร็จนั้น...มันเกิดขึ้นได้ยังไง...คงไม่มีใครอยู่ๆ หยิบยื่นมาให้เป็นแน่...

เมื่อลองคิดทบทวนดู...อาจจะพอลองไล่เรียงได้ตามนี้ครับ...

1.  มีความสนใจเป็นพื้นฐาน
2.  ฝึกฝน ฝึกซ้อม ทุ่มเทมากกว่าคนอื่นๆ อย่างมากมายมหาศาล
3. โอกาส
     3.1 หาเอง ด้วยการนำเสนอให้คนอื่นรู้จักความสามารถของตัวเอง
     3.2 ได้รับจากผู้อื่น จังหวะและโอกาสที่ลงตัวจากสถานการณ์ต่างๆ
4.  การตอบสนองต่อโอกาสที่เกิดขึ้น
    4.1 เลือก เพื่อเปิดโอกาสแสดงความสามารถ และโอกาสแห่งความสำเร็จอีกขั้น
    4.2 ละทิ้ง หรือปล่อยมันไปไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น ไม่สนใจ ขาดความมั่นใจ ไม่พร้อมที่จะทำ
5. วนกลับไปที่ข้อ 1 อีกครั้งไม่ว่าจะเลือกตอบสนองต่อโอกาสแบบไหนก็ตาม เราจะมีความชำนาญมากขึ้น ความสามารถก็จะเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเช่นกัน ก็จะเพิ่มโอกาสที่จะเข้ามาใหม่เร็วขึ้น

อย่างนี้แล้ว...โอกาสยังจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะ "เลือก" หรือ "ละ" โอกาสที่เข้ามาตอนนี้...
แค่ความสำเร็จ... จะช้าหรือเร็ว...จะมากกว่าที่คิด..หรือน้อยกว่าที่คาด...ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราตัดสินใจ...ณ ตอนนี้...


ไม่ใช่แค่ "ซ้อม" แต่ต้องได้รับ "โอกาส" ด้วย...

คนที่จะประสบความสำเร็จ...ต้องผ่านการ "ฝึกซ้อมมากกว่า 10,000 ชั่วโมง" และ "ได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง"...

จริงหรือเปล่า มาลองดูกันครับ...บางส่วนจากหนังสือเล่มนี้...

เดอะ บีทเทิลส์
รวมตัวกันตอนมัธยมปลาย...มีคนรู้จักให้โอกาสไปแสดงดนตรีที่ฮัมบูร์ก เยอรมนี เพราะมีคนเริ่มคิดจัดการแสดงดนตรีต่อเนื่องตอนกลางคืนในคลับแต่หาวงเล่นได้ยากมาก...ไปแสดง 5 ครั้งในรอบปีครึ่ง...รวมกว่า 1,200 รอบ...เฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อคืน...7 คืนต่อสัปดาห์...ทั้งหมดหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะไปบุกวงการดนตรีที่อเมริกา...

บิล จอย...ผู้ร่วมก่อตั้ง Sun Microsystems
ตอนอายุ 16 ปีเป็นผู้เชี่ยวชาญทางคณิตศาสตร์...ทำแบบทดสอบความถนัดทางการเรียนได้เต็ม...บังเอิญได้ไปรู้จักกับศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน...แต่ในยุคทศวรรษ 1970 ต้องจำกัดการใช้งานเพราะว่าการประมวลผลล่าช้า...ได้รู้ข้อบกพร่องของระบบจนทำให้เข้าได้ใช้งานเครื่องได้ไม่จำกัดชั่วโมง...สนใจการเขียนโปรแกรมอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน...กว่า 10,000 ชั่วโมงที่ขลุกอยู่กับมัน...ได้รับโอกาสเขียนโปรแกรมแก้ไขระบบซอฟต์แวร์ UNIX จนกลายเป็นระบบที่ยังใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน...

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ทรยศตัวเอง-หลอกตัวเอง


  • "การทรยศตัวเอง" คือ การกระทำที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เรารู้สึกว่าควรทำเพื่อคนอื่น
  • เมื่อทรยศตัวเอง เราจะเริ่มมองโลกในแบบที่หาเหตุผลมารองรับสิ่งที่เราทำลงไป
  • เมื่อเรามองโลกในแบบที่เข้าข้างตัวเอง มุมมองของเราที่มีต่อความเป็นจริงจะเริ่มบิดเบือนไป
  • เพราะฉะนั้น เมื่อเราทรยศตัวเอง เราจึงเข้าไปอยู่ใน "กล่อง" หรือ "โลกของการหลอกตัวเอง"
  • เมื่อเวลาผ่านไป "กล่อง" จะกลายเป็นลักษณะนิสัยของเราและเราก็แบกติดตัวมันไปด้วย
  • เมื่อเราอยู่ใน "กล่อง" เราจะกระตุ้นคนอื่นให้มาอยู่ใน "กล่อง" ด้วย
  • เวลาอยู่ใน "กล่อง" เราเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายมาทำตัวแย่ๆ และหาเหตุผลมารองรับให้กันและกัน เราสมรู้ร่วมคิดกัน เพื่อให้อีกฝ่ายมีเหตุผลที่จะอยู่ใน "กล่อง" ต่อไป

บางส่วนจากหลังสือเล่มนี้...
หาอ่านดูครับ...จะได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น...
และ...ไม่ต้องหลอกตัวเองอีกต่อไป