แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การจัดการปัญหาเรื่องงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การจัดการปัญหาเรื่องงาน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"เลือก" หรือ "ละ"...โอกาสที่เข้ามาในชีวิต

ต่อจากบทความที่แล้วเรื่อง "ไม่ใช่แค่ "ซ้อม" แต่ต้องได้รับ "โอกาส" ด้วย... " ความคิดของผมก็ยังคงวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องนี้...ผมเองก็ยังไม่ได้เชื่อข้อมูลที่นำเสนอมาจากหนังสือ Outliers ทั้งหมดซะทีเดียว...

เพราะกำลังคิดอยู่ว่า..."โอกาสที่ต้องได้รับ" เพื่อเป็นแนวทางให้ประสบความสำเร็จนั้น...มันเกิดขึ้นได้ยังไง...คงไม่มีใครอยู่ๆ หยิบยื่นมาให้เป็นแน่...

เมื่อลองคิดทบทวนดู...อาจจะพอลองไล่เรียงได้ตามนี้ครับ...

1.  มีความสนใจเป็นพื้นฐาน
2.  ฝึกฝน ฝึกซ้อม ทุ่มเทมากกว่าคนอื่นๆ อย่างมากมายมหาศาล
3. โอกาส
     3.1 หาเอง ด้วยการนำเสนอให้คนอื่นรู้จักความสามารถของตัวเอง
     3.2 ได้รับจากผู้อื่น จังหวะและโอกาสที่ลงตัวจากสถานการณ์ต่างๆ
4.  การตอบสนองต่อโอกาสที่เกิดขึ้น
    4.1 เลือก เพื่อเปิดโอกาสแสดงความสามารถ และโอกาสแห่งความสำเร็จอีกขั้น
    4.2 ละทิ้ง หรือปล่อยมันไปไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น ไม่สนใจ ขาดความมั่นใจ ไม่พร้อมที่จะทำ
5. วนกลับไปที่ข้อ 1 อีกครั้งไม่ว่าจะเลือกตอบสนองต่อโอกาสแบบไหนก็ตาม เราจะมีความชำนาญมากขึ้น ความสามารถก็จะเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเช่นกัน ก็จะเพิ่มโอกาสที่จะเข้ามาใหม่เร็วขึ้น

อย่างนี้แล้ว...โอกาสยังจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะ "เลือก" หรือ "ละ" โอกาสที่เข้ามาตอนนี้...
แค่ความสำเร็จ... จะช้าหรือเร็ว...จะมากกว่าที่คิด..หรือน้อยกว่าที่คาด...ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราตัดสินใจ...ณ ตอนนี้...


ไม่ใช่แค่ "ซ้อม" แต่ต้องได้รับ "โอกาส" ด้วย...

คนที่จะประสบความสำเร็จ...ต้องผ่านการ "ฝึกซ้อมมากกว่า 10,000 ชั่วโมง" และ "ได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง"...

จริงหรือเปล่า มาลองดูกันครับ...บางส่วนจากหนังสือเล่มนี้...

เดอะ บีทเทิลส์
รวมตัวกันตอนมัธยมปลาย...มีคนรู้จักให้โอกาสไปแสดงดนตรีที่ฮัมบูร์ก เยอรมนี เพราะมีคนเริ่มคิดจัดการแสดงดนตรีต่อเนื่องตอนกลางคืนในคลับแต่หาวงเล่นได้ยากมาก...ไปแสดง 5 ครั้งในรอบปีครึ่ง...รวมกว่า 1,200 รอบ...เฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อคืน...7 คืนต่อสัปดาห์...ทั้งหมดหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะไปบุกวงการดนตรีที่อเมริกา...

บิล จอย...ผู้ร่วมก่อตั้ง Sun Microsystems
ตอนอายุ 16 ปีเป็นผู้เชี่ยวชาญทางคณิตศาสตร์...ทำแบบทดสอบความถนัดทางการเรียนได้เต็ม...บังเอิญได้ไปรู้จักกับศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน...แต่ในยุคทศวรรษ 1970 ต้องจำกัดการใช้งานเพราะว่าการประมวลผลล่าช้า...ได้รู้ข้อบกพร่องของระบบจนทำให้เข้าได้ใช้งานเครื่องได้ไม่จำกัดชั่วโมง...สนใจการเขียนโปรแกรมอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน...กว่า 10,000 ชั่วโมงที่ขลุกอยู่กับมัน...ได้รับโอกาสเขียนโปรแกรมแก้ไขระบบซอฟต์แวร์ UNIX จนกลายเป็นระบบที่ยังใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน...

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เอาตัวรอด...ดื้อๆ แบบนี้เลยนะ!

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน...มันเริ่มจากต้องเปิดลูกค้าใหม่กับสินค้าสำหรับรถตัวใหม่...

ลูกค้า: "เออ กฤษณะ งานตัวนี้ยังไม่มีแบบนะ พี่ยังหาให้ไม่ได้ แกะแบบจากชิ้นงานพี่ไปก่อนได้มั้ย? แล้วรีบทำตัวอย่างมาให้หน่อย ต้องเอามาทดลองประกอบ"
กฤษณะ: "ไม่มีปัญหาครับพี่ งานนี้น่าจะมีแบบที่ญี่ปุ่น เดี๋ยวจะช่วยประสานงานให้ ถ้ามีแบบจะเอามาให้พี่ดูก่อนทำตัวอย่างนะครับ...จะได้ยืนยันก่อนว่าใช้ได้มั้ย"

หลายวันผ่านไป ได้แบบมาพร้อม สีสันสวยงาม ส่งให่ดูทางเมล์ก่อน เพราะว่าลูกค้าอยู่ไกล..

ลูกค้า: "ดีเลย เอาแบบตามนี้ น่าจะพอได้ ขอตัวอย่างด่วนเลยนะ จะได้เอามาลองประกอบกันดู"
กฤษณะ: "ตกลงครับพี่ เดี๋ยวรีบทำแม่พิมพ์ ขึ้นงานตัวอย่างไปให้ดู"

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ตีเหล็ก..ต้องตีตอนร้อน...


"ตีเหล็ก...ต้องตีตอนร้อน" เป็นประโยคที่ลูกพี่ที่ทำงานสอนมาเมื่อหลายปีก่อน...ซึ่งก็หมายถึง...จะทำอะไรก็ตามให้รีบทำตอนที่มันยังเป็นประเด็นร้อนๆ สดๆ ใหม่ๆ กำลังมีคนสนใจ...

หาไม่แล้ว...เนิ่นนานไป...เราจะแก้ไขอะไรยาก และช้าเกินไป...

หลายๆ ครั้งที่เราต้องแก้ปัญหาในการทำงาน...ก็มีทั้งที่แก้ได้และไม่ได้...เคยสังเกตุมั้ยครับว่าเพราะอะไร...ลองอ่านประโยคข้างบนอีกทีครับ...น่าจะเป็นหนึ่งในคำตอบที่ผุดขึ้นมา...

ถ้าตีเหล็กตอนร้อนๆ...เราก็จะได้เหล็กที่มีรูปร่างที่เราต้องการ...อยากได้มั้ยล่ะครับ...

มันมีอยู่สามเรื่องที่ต้องสังเกตุ...

วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การสื่อสาร...

ในชีวิตประจำวันและชีวิตการทำงาน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ...การสื่อสาร...จะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่..ก็อยู่ที่ตรงนี้แหล่ะครับ..

ในความเห็นผม องค์ประกอบการสื่อสารคงไม่ใช่แค่พูดออกไป..คงต้องมี...อารมณ์ สิ่งเร้า สติ และ ความคิด...ด้วย

อารมณ์ดี...ความคิดดี...การสื่อสารดี
สิ่งเร้าดี...ความคิดดี...การสื่อสารดี
สติดี...ความคิดดี...การสื่อสารดี

ถ้าอะไรไม่ดีก็ตรงข้ามกันหมดล่ะครับ

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ขอพลังจงอยู่คู่ตัวท่าน...May The Force Be With You

ขอพลังจงอยู่คู่ตัวท่าน...May The Force Be With You

ประโยคเด็ดจากหนังเรื่อง Star Wars ผมไม่ได้เป็นแฟนตัวยงหรอกครับ..แต่ว่าเป็นประโยคที่ดีทีเดียว

ผมยังคงจำความรู้สึกหลังจากเปลี่ยนงานครั้งแรกได้...พี่ที่ทำงานเก่าถามว่าเป็นไงบ้าง...ผมตอบไปแบบไม่ต้องคิดเลยครับ..." เหมือนได้ปลดปล่อยพลังงานที่มีอยู่ในตัวออกมาอย่างเต็มที่เลยพี่"...

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กับดักความคิด...

ในการทำงานเรามักจะเจอคนเก่งๆ อยู่เสมอๆ เป็นคนที่ทำให้เราอึ้ง ทึ่ง แต่ไม่มีเสียวนะครับ (ฮา)

ความสามารถของคนเหล่านั้นล้นเหลือ ความคิดความอ่านที่พรั่งพรูออกมาในมุมมองที่เราคาดไม่ถึง และบ่อยๆ ที่เราจะเห็นลักษณะ การคิดเร็ว ทำเร็ว..และตัดสินใจเร็ว...

การได้ทำงานร่วมกับคนเหล่านี้ ถืือเป็นเรื่องดีครับ...เพราะจะทำให้เราพัฒนาได้เร็วทั้งเรื่องการทำงานและความคิด...ที่สามารถใช้กับชีวิตประจำวันได้...

แล้วมันเกี่ยวกับหัวเรื่อง "กับดักความคิด" ตรงไหน...มาวิเคราะห์กัน...

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ฟุตบอลกับงาน...

ช่วงเวลาที่ได้เป็นพนักงานขาย...เป็นช่วงที่ผมได้บทเรียนเยอะแยะมากมาย...และขอยืนยันครับ..ว่าแลกมาด้วยการเจ็บตัวอยู่เสมอๆ....เฮ้อ...

บทเรียนหนึ่งที่จำได้ขึ้นใจเลยก็คือ....

ลูกพี่ถามว่า.."เอ็งเล่นบอลมั้ย?"
"ผมการพนันแบบนี้ผมไม่เล่นครับพี่"...ผมตอบไปอย่างมั่นใจ...
"กูหมายถึงบอลจริงๆ...ไม่ใช่การพนัน..!!!"...จบข่าว...ก็ตอบไปสียงอ่อยๆว่า..."เล่นครับพี่..."...

จากนั้นลูกพี่ก็ร่ายมนต์ให้ฟังเปรียบเสมือนผู้จัดการทีมฟุตบอลสอนลูกทีม...ว่า...

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Messager...

" พี่ห่อ !!!...พี่มีเรื่องรบกวนทำตัวอย่างสินค้าใหม่ให้ด่วนหน่อย...ลูกค้าเค้าเพิ่งโทรมา...เอาพรุ่งนี้เช้าเลยนะ...พี่ก็ไม่อยากรบกวนหรอก...แต่มันด่วนจริงๆ...งานจะประกอบพรุ่งนี้แล้ว ขอบใจมากนะ..." เสียงจากปลายสายบ่งบอกถึงความเร่งรีบ..และด่วนสุดๆ...และที่สุดกว่านั้น...โทรมาตอนห้าโมงเย็น...อะไรจะดีไปกว่านี้...

ด้วยความที่ต้องการช่วยลูกค้า ฝ่ายขายก็ยกหูหาผู้จัดการโรงงานเลยครับ ..."พี่ครับ ตัวนี้มันด่วนจริงๆ...ต้องรบกวนพี่เปิดโอทีทำตัวนี้ด้วยนะครับ...นี่ลูกค้าเพิ่งโทรมา..ผมก็รีบโทรหาพี่ก่อนเลย..กลัวไม่ทัน..." และหลากหลายเหตุผลที่ยกขึ้นมาเพื่อให้ได้งาน...ที่ด่วนเหลือเกิน...

"ไม่ได้!!!...นี่มันกี่โมงแล้ว...มาแจ้งเอาตอนนี้ใครจะทำให้ทัน....!@#$%*)+_"...เสียงตวาดกลับมาพร้อมคำพูดที่ไม่สามารถออกอากาศได้...

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

" ทำดี...เอาหน้า "


แค่หัวเรื่องก็...เจ็บปวด...แล้วครับ โดยนัยยที่ผมจะพูดถึงเรื่องนี้มีอยู่ 2 ความหมาย...

ความหมายแรก..ก็ตรงตามตัวอักษรเลยครับ...ถ้าชีวิตการทำงานหรือชีวิตปกติของเราต้องเจอคนประเภทนี้....มีทางเลือกให้เลือกครับ...ว่าจะ "เลี่ยง" หรือว่า จะ "ลุย" ...

"เลี่ยง" คงไม่ต้องพูดถึง...ส่วน "ลุย" นี่ต้องวางแผนดักทางไม่ให้พวกนี้มีโอกาสฉวยเอาสิ่งที่เจ๋งๆ ของคนอื่นไปเป็นของตัวเอง...โดยเฉพาะจังหวะสำคัญๆ พวกนี้มันจะเก่งนักแล...ที่จะแสดงตัวและบอกว่า...นี่คือผลงานของตน...

อีกความหมายหนึ่งของ "ทำดี...เอาหน้า" ผมได้มาตอนทำงานเป็นพนักงานขาย....

เรื่องมีอยู่ว่า...

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สถานะ “ เครียด ”...




สถานะทางความรู้สึกแบบ “ เครียด ” นี้ มันมักจะมาเยี่ยมเยียนอยู่เรื่อยๆ ใครต้อนรับดีก็อยู่กับมันได้... แต่ถ้าใครทะเลาะกับมันก็ท่าทางจะลำบาก...เพราะว่ามันมักจะทำให้โลกของเราเล็กลง..แคบลง...มืดบอด...โดดเดี่ยว...โอย แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว...

มือใหม่หัดขายอย่างผมตอนนั้น...ก็ถูกเยี่ยมเยือนด้วยสถานะ “ เครียด ”...อย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน...ส่วนการต้อนรับของผมนั้นไม่ต้องคิดมากครับ...ไม่รูจะต้อนรับยังไง...ก็ทะเลาะกับมันไปเต็มๆ....

แล้วด้วยรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบงานอย่างเต็มที่...ก็ต้องหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเองก่อนอยู่เสมอๆ ถ้าทำได้ก็ดีไป...แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็...เครียด...กดดันตัวเอง...คิดอะไรไม่ออก...ตื้อไปหมด....กลัวลูกค้าว่า....และ...กลัวลูกพี่ด่า...อันหลังนี่สำคัญสุด

จนครั้งหนึ่งไปปรึกษาลูกพี่...เค้าก็บอกว่า...

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เอ่อ...มาทำอะไรครับ?

จากการที่เคยเป็นทั้งคนถูกสัมภาษณ์ ตอนที่ต้องหางาน...และเป็นคนสัมภาษณ์ ตอนที่หาคนเข้ามาทำงาน...มันช่างเห็นอะไรหลายอย่าง ที่น่าสนใจทีเดียว...

ไม่ว่าจะเป็น...
  • มาอย่างมั่นใจ พร้อม Port Folio สวยงาม....ไม่ชอบงานหนัก..แต่อยากได้เงินเดือนเยอะๆ
  • มาจากต่างจังหวัด ข้อมูลธรรมดาๆ...แต่แสดงออกถึงความมั่นใจ...ทำอะไรได้ทุกอย่าง
  • ประสบการณ์เจ๋ง..การเรียนดี...คิดว่าตัวเองเจ๋ง...แต่ยังไม่ได้งาน...เพราะว่าเลือกงาน
  • มาสายงานตรงกับที่ต้องการเลยล่ะ...แต่ตอบคำถามไม่ได้เรื่อง...แถมไม่มั่นใจอีกต่างหาก
  • และอื่นๆ อีกมากมาย....
จะมีใครสังเกตุมั้ยครับว่า การหางานนั้นจริงๆ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด..

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ต่างที่คิด...ชีวิตจึงปลอดภัย




"ปราโมทย์ โอภาสมงคลชัย" เป็นทั้งพี่และอาจารย์ผมเองครับ สอนเรื่องความปลอดภัยและการใช้ PPE ช่วงที่ทำงานด้วยกันที่บริษัทแห่งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว...เอ่อ ก็นานอยู่นะ...ช่างมันเถอะครับ

ผมเป็นฝ่ายขายตลาดชิ้นส่วนยานยนต์ พี่โมทย์ (ขอเรียกสั้นๆ แล้วกันนะครับ) เป็นฝ่ายเทคนิคสนับสนุนเรื่องข้อมูลผลิตภัณฑ์ การใช้งาน ข้อดี-ข้อเสียต่างๆ ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ความปลอดภัย...มันไม่เกี่ยวกันหรอกครับ คือช่วงนั้นช่วยกันขายภายในแนวคิดที่ว่า...ในบริษัทลูกค้ามีอะไรที่ขายได้ก็แนะนำเลย...ถ้าลูกค้าสนใจก็ส่งต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้อง...ได้เครดิตด้วยนะ เป็นผลงานเราด้วย...เป็นไงล่ะครับ...เจ๋งใช่มั้ย...แถมต้องเรียนรู้ผลิตภัณฑ์อีกเพียบเลย หึหึ...

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปฐมบทของการทำงาน

"ปีแรกของการทำงาน" เป็นปีที่นิยามได้ง่ายมากว่า "เดินหน้าฆ่าลูกเดียว"
เพราะว่าในหัวไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า "ทำงาน หาเงิน เลี้ยงครอบครัว ส่งน้องเรียน"...

นึกๆ ไปก็เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจมากๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย เอาแบบว่า เริ่มจากศูนย์กันเลยทีเดียว เริ่มงานกับเพื่อนใหม่พร้อมกันสองสามคน...ที่ทุกวันนี้ก็ยังถามไถ่กันอยู่เรื่อยๆ...คนนึงอยู่แล็ป คนนึงเป็นฝ่ายรับประกันคุณภาพ..ส่วนผม เป็นวิศวกรผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Model Engineer) ดูแลออกแบบแม่พิมพ์เอาไปฉีดโฟมทำเบาะรถยนต์ที่พวกเรานั่งๆ กันอยู่นี่แหล่ะครับ..จำได้เลยโมเดลแรกที่ทำก็คือเก๋งแจ๊สรุ่นแรกเลย...

ผมมีลูกน้องด้วยนะครับ ตั้งสามคน อายุไล่ๆ กันสองคน พี่เก๋าๆ อีกหนึ่งคน เก่งกันไปคนละอย่าง

สิ่่งที่ได้ทำและเรียนรู้จากการทำงานช่วงนั้น มีเยอะแยะเลยครับ...ไล่ๆ ดูก็น่าจะมีประมาณว่า