แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพัฒนาตนเอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพัฒนาตนเอง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

"ทำไม" - "อย่างไร"

ในอดีต เคยคิดว่าคำถามสำคัญที่เป็นรากฐานสำคัญของการใช้ชีวิตคือคำว่า "ทำไม"
แต่ตอนนี้กลับมีอีกคำหนึ่งที่ละเลยไม่ได้ คือคำว่า "อย่างไร"

"ทำไม" ... คือ ความสงสัยใคร่รู้
"อย่างไร" ... คือ วิธีการที่จะตอบคำถามข้างต้น

"ทำไม" ... คือ จุดเริ่มต้นของความคิดใหม่ๆ
"อย่างไร" ... คือ วิธีการขับเคลื่อนให้สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นมา

"ทำไม" ... คือ คำถาม
"อย่างไร" ... คือ การตอบคำถาม

ถ้ามีแต่ "ทำไม" ทุกสิ่งอย่างในหัวต่างก็เปผ็นแค่ความคิด
ถ้ามี "อย่างไร" ด้วย เราจะเริ่มออกเดินทางหาคำตอบนั้น

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2557

อยากล้มเหลว...ไม่ยาก ตอน คิดลบไม่คิดบวก

ความรู้สึก ความคิด การกระทำ
คิดบวก มองโลกด้านบวก พบเจอแต่โลกด้านบวก
คิดลบ มองโลกด้านลบ พบเจอแต่โลกด้านลบ

ข้อความแรกเราคงพบเจอได้มากมายในข้อความต่างๆ, หนังสือพัฒนาตนเอง หรือหนังสือธรรมะ แต่ว่าสองข้อความต่อมาผมเขียนขึ้นมาเอง...แต่มักจะเกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่

หนังสือส่วนใหญ่มักจะบอกให้เรามองโลกในแง่ดี บอกให้เราคิดบวก เพราะจะได้มีจิตใจที่ดี นำไปสู่การกระทำที่ดี ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ....จะทำได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนตนเอง ว่าจะเข้มแข็ง มีสติ ระลึกตัวอยู่เสมอ เพื่อที่จะยังคงเดินอยู่บนเส้นทางแห่งการคิดบวก...

แต่...ชื่อเรื่องก็บอกแล้วว่า..."อยากล้มเหลว...ไม่ยาก"...

ถ้าตั้งใจจะล้มเหลวจริง ก็ทำตรงกันข้ามให้หมดครับ โดยฉพาะข้อความสุดท้าย "คิดลบ" กันไปยาวๆ...

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

อยากล้มเหลว...ไม่ยาก - งานหนักไม่เอา...งานเบาไม่สู้



               งานหนักหรือ...ไม่เอาดีกว่า เหนื่อยครับเหนื่อย ไม่ว่ายังไงคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่ๆ...ไม่ว่ายังไงหากอยากเป็นคนที่ล้มเหลวเรื่องงานล่ะก็..."งานหนัก" ไม่ต้องทำครับ...ยื่นคำขาดไปเลย
                เพราะการทำงานหนักหมายถึงต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจมากมายมหาศาล ที่เรามีอยู่เพียงน้อยนิด...หรือถึงแม้จะมีเยอะ ก็ใช้นิดหน่อยก็พอ ไม่อยากเปลืองแรง...ออกแรงให้น้อย...งานได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น...ทำได้แค่นี้แหละ
                ถึงแม้ว่าการทำงานหนักนั้น จะทำให้เราได้ฝึกฝนตัวเองให้มีความอดทน มีความรู้ความชำนาญมากขึ้น และ เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำงาน...แต่ไม่ต้องทำครับ...เอาแค่พอดีๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก....เดี๋ยวจะไม่ล้มเหลวเรื่องานอย่างที่ต้องการ
                งานเบาหรือ..ไม่เอาดีกว่า งานเบาเป็นงานที่ทำง่าย ก็เอาไว้ก่อนครับ...เอาไว้ทำทีหลัง หลังจากทำอะไรที่สำคัญก่อน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไรเหมือนกัน...กันงานออกไปก่อนค่อยคิดหาเหตุผลทีหลัง
                การโยนงานให้คนอื่นทำ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ไม่ต้องทำงานมากขึ้น แถมยังไม่ต้องรับผิดชอบอีกต่างหาก ใครทำก็รับกันไป...หรือไม่ก็ตรงๆ ไปเลย กับแนวคิด "ไม่รับผิด(แต่รับ)ชอบ"...
                เรามีเหตุผลเสมอ ในการที่จะไม่ทำอะไรซักอย่าง...

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อยากล้มเหลวทางการเงิน...ไม่ยาก...

หากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ "อยากล้มเหลวทางการเงิน" ...เชิญทำสิ่งต่อไปนี้ให้เต็มที่เลยครับ

  1. จ่ายก่อนเก็บ - เก็บเงินทำไม จ่ายก่อนสิ หนี้สินสำคัญกว่า เดี๋ยวเครดิตเสีย...
  2. จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น - บุหรี่ กินเหล้า เที่ยวกลางคืน...นิดหน่อยน่า...
  3. จ่ายเพราะอยากได้ - ไม่ต้องคิดมาก ตอบสนองความอยากไปเลย อยากมากก็จ่ายมาก...
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่...
...วางแผนทางการเงินดี...
...หาเงินได้มากโข...
...ไม่ต้องห่วงครับ ตราบเท่าที่คุณยังทำ 3 ข้อนี้...
....คุณจะเป็นคนที่ "ล้มเหลวทางการเงิน" อย่างที่หวังแน่นอน...

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"เลือก" หรือ "ละ"...โอกาสที่เข้ามาในชีวิต

ต่อจากบทความที่แล้วเรื่อง "ไม่ใช่แค่ "ซ้อม" แต่ต้องได้รับ "โอกาส" ด้วย... " ความคิดของผมก็ยังคงวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องนี้...ผมเองก็ยังไม่ได้เชื่อข้อมูลที่นำเสนอมาจากหนังสือ Outliers ทั้งหมดซะทีเดียว...

เพราะกำลังคิดอยู่ว่า..."โอกาสที่ต้องได้รับ" เพื่อเป็นแนวทางให้ประสบความสำเร็จนั้น...มันเกิดขึ้นได้ยังไง...คงไม่มีใครอยู่ๆ หยิบยื่นมาให้เป็นแน่...

เมื่อลองคิดทบทวนดู...อาจจะพอลองไล่เรียงได้ตามนี้ครับ...

1.  มีความสนใจเป็นพื้นฐาน
2.  ฝึกฝน ฝึกซ้อม ทุ่มเทมากกว่าคนอื่นๆ อย่างมากมายมหาศาล
3. โอกาส
     3.1 หาเอง ด้วยการนำเสนอให้คนอื่นรู้จักความสามารถของตัวเอง
     3.2 ได้รับจากผู้อื่น จังหวะและโอกาสที่ลงตัวจากสถานการณ์ต่างๆ
4.  การตอบสนองต่อโอกาสที่เกิดขึ้น
    4.1 เลือก เพื่อเปิดโอกาสแสดงความสามารถ และโอกาสแห่งความสำเร็จอีกขั้น
    4.2 ละทิ้ง หรือปล่อยมันไปไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น ไม่สนใจ ขาดความมั่นใจ ไม่พร้อมที่จะทำ
5. วนกลับไปที่ข้อ 1 อีกครั้งไม่ว่าจะเลือกตอบสนองต่อโอกาสแบบไหนก็ตาม เราจะมีความชำนาญมากขึ้น ความสามารถก็จะเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเช่นกัน ก็จะเพิ่มโอกาสที่จะเข้ามาใหม่เร็วขึ้น

อย่างนี้แล้ว...โอกาสยังจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะ "เลือก" หรือ "ละ" โอกาสที่เข้ามาตอนนี้...
แค่ความสำเร็จ... จะช้าหรือเร็ว...จะมากกว่าที่คิด..หรือน้อยกว่าที่คาด...ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราตัดสินใจ...ณ ตอนนี้...


ไม่ใช่แค่ "ซ้อม" แต่ต้องได้รับ "โอกาส" ด้วย...

คนที่จะประสบความสำเร็จ...ต้องผ่านการ "ฝึกซ้อมมากกว่า 10,000 ชั่วโมง" และ "ได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่อง"...

จริงหรือเปล่า มาลองดูกันครับ...บางส่วนจากหนังสือเล่มนี้...

เดอะ บีทเทิลส์
รวมตัวกันตอนมัธยมปลาย...มีคนรู้จักให้โอกาสไปแสดงดนตรีที่ฮัมบูร์ก เยอรมนี เพราะมีคนเริ่มคิดจัดการแสดงดนตรีต่อเนื่องตอนกลางคืนในคลับแต่หาวงเล่นได้ยากมาก...ไปแสดง 5 ครั้งในรอบปีครึ่ง...รวมกว่า 1,200 รอบ...เฉลี่ย 8 ชั่วโมงต่อคืน...7 คืนต่อสัปดาห์...ทั้งหมดหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะไปบุกวงการดนตรีที่อเมริกา...

บิล จอย...ผู้ร่วมก่อตั้ง Sun Microsystems
ตอนอายุ 16 ปีเป็นผู้เชี่ยวชาญทางคณิตศาสตร์...ทำแบบทดสอบความถนัดทางการเรียนได้เต็ม...บังเอิญได้ไปรู้จักกับศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน...แต่ในยุคทศวรรษ 1970 ต้องจำกัดการใช้งานเพราะว่าการประมวลผลล่าช้า...ได้รู้ข้อบกพร่องของระบบจนทำให้เข้าได้ใช้งานเครื่องได้ไม่จำกัดชั่วโมง...สนใจการเขียนโปรแกรมอย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน...กว่า 10,000 ชั่วโมงที่ขลุกอยู่กับมัน...ได้รับโอกาสเขียนโปรแกรมแก้ไขระบบซอฟต์แวร์ UNIX จนกลายเป็นระบบที่ยังใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน...

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ทรยศตัวเอง-หลอกตัวเอง


  • "การทรยศตัวเอง" คือ การกระทำที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เรารู้สึกว่าควรทำเพื่อคนอื่น
  • เมื่อทรยศตัวเอง เราจะเริ่มมองโลกในแบบที่หาเหตุผลมารองรับสิ่งที่เราทำลงไป
  • เมื่อเรามองโลกในแบบที่เข้าข้างตัวเอง มุมมองของเราที่มีต่อความเป็นจริงจะเริ่มบิดเบือนไป
  • เพราะฉะนั้น เมื่อเราทรยศตัวเอง เราจึงเข้าไปอยู่ใน "กล่อง" หรือ "โลกของการหลอกตัวเอง"
  • เมื่อเวลาผ่านไป "กล่อง" จะกลายเป็นลักษณะนิสัยของเราและเราก็แบกติดตัวมันไปด้วย
  • เมื่อเราอยู่ใน "กล่อง" เราจะกระตุ้นคนอื่นให้มาอยู่ใน "กล่อง" ด้วย
  • เวลาอยู่ใน "กล่อง" เราเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายมาทำตัวแย่ๆ และหาเหตุผลมารองรับให้กันและกัน เราสมรู้ร่วมคิดกัน เพื่อให้อีกฝ่ายมีเหตุผลที่จะอยู่ใน "กล่อง" ต่อไป

บางส่วนจากหลังสือเล่มนี้...
หาอ่านดูครับ...จะได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น...
และ...ไม่ต้องหลอกตัวเองอีกต่อไป

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

อิทัปปัจจยตา


อิทัปปัจจยตา หมายความว่า...

เมื่อสิ่งนี้มีอยู่....สิ่งนี้ย่อมมี
เพราะความเกิดขึ้นของสิ่งนี้....สิ่งนี้ย่อมเกิดขึ้น

เมื่อสิ่งนี้ไม่มี...สิ่งนี้ย่อมไม่มี

เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้...สิ่งนี้ย่อมดับไป

 หรือจะกล่าวสั้นๆ ว่า..."เมื่อมีสิ่งนี้เป็นปัจจัย....สิ่งนี้ย่อมเกิดขึ้น"
ในทางตรงกันข้าม..."เมื่อไม่มีสิ่งนี้เป็นปัจจัย...สิ่งนี้ย่อมไม่เกิดขึ้น"

ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วน "เกิดขึ้น" หรือ "มีอยู่" ด้วย "สาเหตุ" หรือ "ปัจจัย" บางอย่าง...ใช้อธิบายได้กับทุกอย่าง...


วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

เมื่อมีสิ่งนั้น...จึงมีสิ่งนี้...


อิทัปปัจจยตา...มีใจความสำคัญคือ..." เมื่อสิ่งนั้น...จึงมีสิ่งนี้ "...
ปฏิจสมุปบาท...มีใจความสำคัญคือ.." เมื่อมีเหตุแห่งทุกข์...จึงมีความทุกข์ "...

ทั้งสองมีแก่นว่าด้วยเรื่องของ...." เหตุและผล "...

ในทางตรงกันข้าม....

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เอาตัวรอด...ดื้อๆ แบบนี้เลยนะ!

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน...มันเริ่มจากต้องเปิดลูกค้าใหม่กับสินค้าสำหรับรถตัวใหม่...

ลูกค้า: "เออ กฤษณะ งานตัวนี้ยังไม่มีแบบนะ พี่ยังหาให้ไม่ได้ แกะแบบจากชิ้นงานพี่ไปก่อนได้มั้ย? แล้วรีบทำตัวอย่างมาให้หน่อย ต้องเอามาทดลองประกอบ"
กฤษณะ: "ไม่มีปัญหาครับพี่ งานนี้น่าจะมีแบบที่ญี่ปุ่น เดี๋ยวจะช่วยประสานงานให้ ถ้ามีแบบจะเอามาให้พี่ดูก่อนทำตัวอย่างนะครับ...จะได้ยืนยันก่อนว่าใช้ได้มั้ย"

หลายวันผ่านไป ได้แบบมาพร้อม สีสันสวยงาม ส่งให่ดูทางเมล์ก่อน เพราะว่าลูกค้าอยู่ไกล..

ลูกค้า: "ดีเลย เอาแบบตามนี้ น่าจะพอได้ ขอตัวอย่างด่วนเลยนะ จะได้เอามาลองประกอบกันดู"
กฤษณะ: "ตกลงครับพี่ เดี๋ยวรีบทำแม่พิมพ์ ขึ้นงานตัวอย่างไปให้ดู"

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ตีเหล็ก..ต้องตีตอนร้อน...


"ตีเหล็ก...ต้องตีตอนร้อน" เป็นประโยคที่ลูกพี่ที่ทำงานสอนมาเมื่อหลายปีก่อน...ซึ่งก็หมายถึง...จะทำอะไรก็ตามให้รีบทำตอนที่มันยังเป็นประเด็นร้อนๆ สดๆ ใหม่ๆ กำลังมีคนสนใจ...

หาไม่แล้ว...เนิ่นนานไป...เราจะแก้ไขอะไรยาก และช้าเกินไป...

หลายๆ ครั้งที่เราต้องแก้ปัญหาในการทำงาน...ก็มีทั้งที่แก้ได้และไม่ได้...เคยสังเกตุมั้ยครับว่าเพราะอะไร...ลองอ่านประโยคข้างบนอีกทีครับ...น่าจะเป็นหนึ่งในคำตอบที่ผุดขึ้นมา...

ถ้าตีเหล็กตอนร้อนๆ...เราก็จะได้เหล็กที่มีรูปร่างที่เราต้องการ...อยากได้มั้ยล่ะครับ...

มันมีอยู่สามเรื่องที่ต้องสังเกตุ...

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ใช้ความสุขทำกำไร...Delivery Happiness...

...เรียนชั้นประถม...ทำเงินได้กว่า 200 USD ต่อเดือน....
...จบ Harvard ทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่...แต่ได้แค่ 5 เดือน....เหตุเพราะว่า "ไม่ใช่ชีวิตที่อยากเป็น"...

...ร่วมกับเพื่อนก่อตั้ง LinkExchange... 5 เดือนต่อมา Yahoo! ขอซื้อ 20 million USD ...ไม่ขาย..
...เพราะ "ยังสนุกและยังทำได้ดีขึ้นไปอีก"...
...2 ปีต่อมา Microsoft ซื้อ LinkExchange ไปด้วยราคา 265 million USD ...

...สร้าง Zappos ขายรองเท้าออนไลน์...
...ที่ Zappos...ได้สร้างวัฒนธรรมองค์กร...จนเป็น 1 ใน 20 บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดในโลก...
... 10 ปีต่อมา...Amazon เข้าถือหุ้นทั้งหมดด้วยมูลค่ากว่า  1,200 million USD...

...หาอ่านดูนะครับ...


วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การสื่อสาร...

ในชีวิตประจำวันและชีวิตการทำงาน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ...การสื่อสาร...จะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่..ก็อยู่ที่ตรงนี้แหล่ะครับ..

ในความเห็นผม องค์ประกอบการสื่อสารคงไม่ใช่แค่พูดออกไป..คงต้องมี...อารมณ์ สิ่งเร้า สติ และ ความคิด...ด้วย

อารมณ์ดี...ความคิดดี...การสื่อสารดี
สิ่งเร้าดี...ความคิดดี...การสื่อสารดี
สติดี...ความคิดดี...การสื่อสารดี

ถ้าอะไรไม่ดีก็ตรงข้ามกันหมดล่ะครับ

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ขอพลังจงอยู่คู่ตัวท่าน...May The Force Be With You

ขอพลังจงอยู่คู่ตัวท่าน...May The Force Be With You

ประโยคเด็ดจากหนังเรื่อง Star Wars ผมไม่ได้เป็นแฟนตัวยงหรอกครับ..แต่ว่าเป็นประโยคที่ดีทีเดียว

ผมยังคงจำความรู้สึกหลังจากเปลี่ยนงานครั้งแรกได้...พี่ที่ทำงานเก่าถามว่าเป็นไงบ้าง...ผมตอบไปแบบไม่ต้องคิดเลยครับ..." เหมือนได้ปลดปล่อยพลังงานที่มีอยู่ในตัวออกมาอย่างเต็มที่เลยพี่"...

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กับดักความคิด...

ในการทำงานเรามักจะเจอคนเก่งๆ อยู่เสมอๆ เป็นคนที่ทำให้เราอึ้ง ทึ่ง แต่ไม่มีเสียวนะครับ (ฮา)

ความสามารถของคนเหล่านั้นล้นเหลือ ความคิดความอ่านที่พรั่งพรูออกมาในมุมมองที่เราคาดไม่ถึง และบ่อยๆ ที่เราจะเห็นลักษณะ การคิดเร็ว ทำเร็ว..และตัดสินใจเร็ว...

การได้ทำงานร่วมกับคนเหล่านี้ ถืือเป็นเรื่องดีครับ...เพราะจะทำให้เราพัฒนาได้เร็วทั้งเรื่องการทำงานและความคิด...ที่สามารถใช้กับชีวิตประจำวันได้...

แล้วมันเกี่ยวกับหัวเรื่อง "กับดักความคิด" ตรงไหน...มาวิเคราะห์กัน...

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สรุปว่า...ผมไม่มีอะไรดีเลยใช่มั้ย?

นายเอ : "...ตอนนี้เรามาสรุปข้อมูลหลังจากมีการสำรวจภัยกันนะครับ..."
ลูกค้า  : " ดีครับ ถ้ามีข้อเสนอแนะแะไรก็บอกได้เลยนะครับ ทางเรายินดีให้ความร่วมมือเต็มที่.."
นายบี  : " งั้นเริ่มที่ผมก่อนเลยนะครับ...ผมเราเราควรจะย้ายถังดับเพลิงให้เป็นชัดก่อน เพราะว่า..(ว่าไปยาวๆ.)."
นายซี : " ผมขอเพิ่มฝาผิดหัวจ่ายน้ำดับเพลิงด้วยนะครับ...เพราะว่ามันอาจมีคนเอาขยะมาอุดรูจนจ่ายน้ำไม่ได้...หากต้องการใช้จริงๆ..."
นายดี : " ตรงแผนฉุกเฉินก็น่าจะซ้อมให้ครบนะครับ...เราไม่รู้ว่าต้องใช้แผนไหนตอนไหน..."
นายอี : " เครื่องสูบน้ำดับเพลิงก็ต้องมีการทดสอบประสิทธิภาพประจำปีด้วยนะครับ...."
.
..
...
ลูกค้า : " สรุปว่า...ทางโรงงานผมไม่มีอะไรดีเลยใช้มั้ยครับ?...ใส่มากันซะเต็มเลย"
พวกสำรวจภัย : "..."

จากเรื่องราว...

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

น่าจะรู้อย่างนี้...ตั้งแต่ตอนอายุ 20...


ทั้งหมดนี้คัดลอกจากส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ครับ...หาอ่านดู...คุ้มหรือไม่คุ้ม..ก็ลองประเมินดูกันเอาเองครับ...

...โอกาสมีอย่างเหลือล้น ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่แห่งใด หรือเวลาใดก็ตาม...

...ไม่ว่าปัญหาจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน คุณก็สามารถคิดหาวิธีการที่สร้างสรรค์เพื่อใช้ทรัพยาการที่มีอยู่เข้าไปแก้ไขปัญหานั้น...


...เรามักจะตีกรอบปัญหาแคบจนเกินไป...พวกเขาไม่ยอมถอยหลังออกมาและมองปัญหาในมุมที่กว้างขึ้น...

...การมีเป้าหมายใหญ่ๆ นั้นมักจะง่ายกว่าการมีเป้าหมายเล็กๆ เพราะการบรรลุกเป้าหมายเล็กๆ ต้องอาศัยเส้นทางที่เฉพาะเจาะจง จึงมีโอกาสผิดพลาดมากกว่า แต่การบรรลุเป้าหมายใหญ่ๆ มีเส้นทางมากมายให้เลือกเดิน แถมยังจะได้ทรัพยากรที่มากกว่าอีกด้วย...

ฟุตบอลกับงาน...

ช่วงเวลาที่ได้เป็นพนักงานขาย...เป็นช่วงที่ผมได้บทเรียนเยอะแยะมากมาย...และขอยืนยันครับ..ว่าแลกมาด้วยการเจ็บตัวอยู่เสมอๆ....เฮ้อ...

บทเรียนหนึ่งที่จำได้ขึ้นใจเลยก็คือ....

ลูกพี่ถามว่า.."เอ็งเล่นบอลมั้ย?"
"ผมการพนันแบบนี้ผมไม่เล่นครับพี่"...ผมตอบไปอย่างมั่นใจ...
"กูหมายถึงบอลจริงๆ...ไม่ใช่การพนัน..!!!"...จบข่าว...ก็ตอบไปสียงอ่อยๆว่า..."เล่นครับพี่..."...

จากนั้นลูกพี่ก็ร่ายมนต์ให้ฟังเปรียบเสมือนผู้จัดการทีมฟุตบอลสอนลูกทีม...ว่า...

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Messager...

" พี่ห่อ !!!...พี่มีเรื่องรบกวนทำตัวอย่างสินค้าใหม่ให้ด่วนหน่อย...ลูกค้าเค้าเพิ่งโทรมา...เอาพรุ่งนี้เช้าเลยนะ...พี่ก็ไม่อยากรบกวนหรอก...แต่มันด่วนจริงๆ...งานจะประกอบพรุ่งนี้แล้ว ขอบใจมากนะ..." เสียงจากปลายสายบ่งบอกถึงความเร่งรีบ..และด่วนสุดๆ...และที่สุดกว่านั้น...โทรมาตอนห้าโมงเย็น...อะไรจะดีไปกว่านี้...

ด้วยความที่ต้องการช่วยลูกค้า ฝ่ายขายก็ยกหูหาผู้จัดการโรงงานเลยครับ ..."พี่ครับ ตัวนี้มันด่วนจริงๆ...ต้องรบกวนพี่เปิดโอทีทำตัวนี้ด้วยนะครับ...นี่ลูกค้าเพิ่งโทรมา..ผมก็รีบโทรหาพี่ก่อนเลย..กลัวไม่ทัน..." และหลากหลายเหตุผลที่ยกขึ้นมาเพื่อให้ได้งาน...ที่ด่วนเหลือเกิน...

"ไม่ได้!!!...นี่มันกี่โมงแล้ว...มาแจ้งเอาตอนนี้ใครจะทำให้ทัน....!@#$%*)+_"...เสียงตวาดกลับมาพร้อมคำพูดที่ไม่สามารถออกอากาศได้...